AAR24/53: เรียนรู้การวิจัยอีกแบบที่ไม่ใช่การวิจัยในชั้นเรียน

เจษฎา นาจันทอง
โรงเรียนท่าคันโทวิทยา
E-mail: jesda33@yahoo.com
ครูที่ปรึกษายุววิจัยยางพาราสกว. ปี 2553

หลังจากที่ได้ร่วมโครงการครุวิจัยเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2553 ผมได้รู้จักกับการวิจัยอีกแบบหนึ่ง ที่ไม่ใช่การวิจัยในชั้นเรียนอย่างเคยรู้จัก  ระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนไม่เพียงพอทำให้เราได้รู้ทุกสิ่งทุกอย่างของการวิจัยแบบนี้  อยากเรียนรู้ให้มากขึ้นเพื่อจะมีแนวทาง ในการนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนการสอน 

เมื่อโครงการยุววิจัยยางพาราประกาศรับข้อเสนอโครงการ  ผมเห็นเป็นโอกาสดีสำหรับการมีเวทีวิจัย  จึงประชาสัมพันธ์ให้กับนักเรียนทราบ  ปรากฏว่ามีนักเรียนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก  มีการรวมกลุ่มกันศึกษาโครงการ ที่ผ่านการพิจารณาในปีก่อน ๆ  ตั้งวงพูดคุย  และสืบค้นข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หลังเลิกเรียน สรุปมีนักเรียนที่พร้อมเขียนขอทุน 3 กลุ่ม  จึงลงไปช่วยนักเรียนเขียนข้อเสนอโครงการ  ช่วยกันปรับแก้  แล้วก็ส่งขอทุน  ผลปรากฏว่า ทั้ง 3 โครงการที่เขียนผ่านการพิจารณา และได้รับทุนยุววิจัยยางพาราปีนี้ 2553  ซึ่งจริง ๆ แล้วผมหวังไว้เพียงโครงการเดียว ส่วนอีก 2 โครงการ  เผื่อพลาด  ในตอนนั้นผมคิดว่า 3 โครงการทำไม่ไหวแน่ เพราะยังใหม่ทั้งครูและนักเรียน ผมตัดสินใจว่าจะสละสิทธิ์ 2 โครงการ แต่ก็ลำบากใจในการจะอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ

เช้าวันต่อมา หลังจากที่นักเรียนทำพิธีหน้าเสาธงเสร็จแล้ว ก็เรียกนักเรียนทั้ง 9 คน มาประชุม และแจ้งว่าโครงการเราผ่านทั้ง 3 โครงการนะ เท่านั้นแหละ ทุกคนต่างดีใจกระโดดโลดเต้น บ้างก็กอดกันแสดงความดีใจ พร้อมถามผมว่า “เราจะเริ่มทำอะไรก่อนคะอาจารย์”  คำถามนี้มาพร้อมกับใบหน้าที่เป็นสุข  จนแก้มปริ  บ่งบอกถึงความดีใจ และมุ่งมั่นที่จะเริ่มก้าวเดิน ทำให้ผมลืมการตัดสินใจที่ผิดพลาดเมื่อคืนไปหมดสิ้น “เราต้องทำแบบสอบถามก่อน แต่ละกลุ่มไปคุยกันว่าเราควรจะถามอะไรบ้าง จึงจะได้สิ่งที่เราอยากรู้ แล้วพรุ่งนี้เรามาช่วยกันดูอีกครั้งหนึ่ง” ความรู้สึกอึดอัดที่มี ตอนนี้มันโล่ง ๆ ๆ ๆ

ถึงวันนี้ได้เข้าใจแล้วว่า ตัวผมเองต่างหากที่กลัว ขาดความมั่นใจ ทั้งที่มีโอกาสและยังไม่ได้ลองใช้โอกาสนั้นเลย ยังไม่ได้เห็นปัญหา ยังไม่ได้ลองแก้ไขปัญหา ผมก็จะยอมแพ้ซะแล้ว  ผมได้เรียนรู้สิ่งนี้จากความรู้สึกของนักเรียนในวันนั้น  ทุกปัญหามีทางออกของมัน มีครูในโรงเรียนหลายคนยินดีให้ความช่วยเหลือ ยินดีที่จะร่วมเรียนรู้ ร่วมเป็นครูที่ปรึกษา  ต่อจากนี้ไปยังไม่รู้ว่าจะมีปัญหาอะไรบ้าง  พวกเราจะทำได้สำเร็จหรือไม่  ผลการวิจัยจะเป็นอย่างที่เราคาดหวังไว้หรือไม่ก็ตาม  ผมก็พร้อมที่จะเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับนักเรียน

การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาตนเอง

มาลินี   วรรณทอง
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1
โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ อำเภอขุนหาญ  จังหวัดศรีสะเกษ

 ดิฉันชื่อ นางสาวมาลินี  วรรณทอง ชื่อเล่น เมย์ อายุ 18 ปี ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ที่โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ  “ดิฉันเป็นเด็กที่ไม่ชอบอยู่นิ่งๆ สมาธิสั้นมาก ชอบหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา  รวมทั้งเป็นคนชอบทำกิจกรรม  จะทำกิจกรรมทุกอย่างที่โรงเรียนมีให้ทำ โดยไม่เสียการเรียน แต่เล่นกีฬาไม่เป็นคะ  55+”

  จุดเริ่มต้นของดิฉันในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เริ่มขึ้นเมื่อตอนอยู่ระดับชั้น ม.1 นับตั้งแต่วันที่เข้าโรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ก็ประกาศรับสมัครนักเรียนที่สนใจทำโครงงานวิทยาศาสตร์  ดิฉันกับเพื่อนที่เคยทำโครงงานวิทยาศาสตร์มาบ้างตอนสมัยประถม เกิดความสนใจ จึงไปสมัครที่หมวดวิทยาศาสตร์ กับ คุณครู ไสว อุ่นแก้ว และ จากวันนั้นการใช้ชีวิตของดิฉันก็เปลี่ยนไปจากเดิมมาก

  ฉันเริ่มจากการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ธรรมดา ที่ไม่มีความซับซ้อนหรือยุ่งยาก ได้ออกแบบบันทึกผลการทดลองง่ายๆ สรุปผลไม่ครบ เขียนรูปเล่มโครงงานไม่ถูกต้อง ไม่ตรงประเด็นเลย เพราะนี่คือ งานเขียนของเด็ก ม.ต้น แต่กระนั้นฉันเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน เพราะเวทีของการแข่งขันของฉัน จะอยู่แค่เพียงในอำเภอขุนหาญ และในจังหวัดศรีสะเกษเท่านั้น ฉันและคุณครูได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน ลองผิด ลองถูก เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เมื่องานวิจัยที่ทำเสร็จ คุณครูไสว  อุ่นแก้ว ซึ่งเป็นคุณครูที่ปรึกษาในการทำโครงงาน ก็พาดิฉันและเพื่อนๆไปเก็บเกี่ยวหาประสบการณ์ภายนอก  เพราะสิ่งนี้ไม่ได้มีในตำราเรียน  เราต้องวิ่งตามหามันด้วยตัวเอง 

ในความคิดของฉันตอนนั้น มีความคาดหวังกับการแข่งขัน และบ่อยครั้งที่ต้องกลับโรงเรียนด้วยความผิดหวัง  เสียใจร้องไห้บ้าง  แต่คุณครูไสว อุ่นแก้ว ก็จะคอยเสอนเสมอว่า “อย่าไปคาดหวังอะไรมากกับรางวัล มันเป็นเพียงแค่ผลพลอยได้เท่านั้น แต่ให้เราทำให้เต็มที่ก็พอแล้ว  เพราะสิ่งที่เมย์จะได้ไปเต็มๆ นั้นก็คือประสบการณ์ ที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้นอกจากทำด้วยตัวเราเอง”

การสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านมา  ทำให้ฉันได้เรียนรู้หลายสิ่ง หลายอย่าง  นักวิจัยในจิตนาการของดิฉัน ต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้

1. มีความอดทนสูงมากๆ ในตอนแรกทุกคนที่มาทำจะไม่มีคุณสมบัติข้อนี้เลย  แต่เราจะได้มาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมันได้เข้าไปในสายเลือดแล้ว เพราะต้องทนต่องานวิจัยที่ล้มเหลว เมื่อผิดพลาดต้องทำซ้ำ ทดลองใหม่เป็นร้อยรอบ เพื่อหาสูตรที่ดีที่สุด เวลากิน เวลานอนของเด็กทำโครงงาน จะไม่ตรงเวลาเพราะเกรงว่างานจะไม่เสร็จ ทันกำหนดส่ง  โรงเรียนของดิฉันก็จะส่งงานวันสุดท้ายตลอด หรือไม่ก็ขอเลื่อนวันส่งไปอีก 555 อดทนต่อคำดุด่า ของคุณครูที่ปรึกษาซึ่งสอนด้วยความหวังดี แต่มันก็กระทบกระเทือนจิตใจของฉันบ้าง และฉันจะแอบร้องไห้บ่อยมาก เพราะมีหลายอย่างที่เราต้องเรียนรู้ใหม่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ทั้งหมด นี่คือด่านของการฝึกความอดทนของเราได้เป็นอย่างดี ก่อนที่จะประสบกับความสำเร็จ

2.มีความมุ่งมั่น เราจะต้องมีความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งๆนั้นจริงๆ ถ้าเกิดปัญหาอย่าลืมว่าเรามีคุณครูที่ปรึกษา สามารถไปปรึกษาท่านได้ ท่านมีประสบการณ์ค่อนข้างมาก พร้อมที่จะให้คำปรึกษาเราทุกเมื่อ หากเราท้อแท้ แน่นอนคะว่างานของเราก็ไม่สามารถเขียนต่อไปให้สำเร็จ ตามความต้องการของเราที่วางเอาไว้

3. มีจิตใจที่แน่วแน่ ที่จะทำกระบวณการทำงานต่างๆให้สำเร็จลุล่วงได้  ท้อได้แต่อย่าถอย

4. เป็นคนที่กล้าแสดงออก กล้าพูด กล้าคิด และกล้าทำ ในตอนแรกที่มีการนำเสนองาน ซึ่งแน่นอนว่างานของเรา เราต้องเป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์เองผู้ฟังจึงจะเข้าใจงานของเราได้ดีที่สุด ฉันตื่นเต้นมาก หัวใจจะเต้นเร็วมาก มือเย็น ปากสั่น ปวดท้อง 555 โดยเฉพาะต่อหน้าท่านคณะกรรมการ ฉันจะกลัวมากอย่างบอกไม่ถูกเหมือนเรากำลังจะออกศึกวาทศิลป์ จากประสบการณ์การแข่งขันโครงงานบ่อยครั้งเข้า ก็ช่วยสอนดิฉันให้นำเสนองานได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น กล้าที่จะคิด กล้าที่จะพูด และนำเสนองาน ได้อย่างมั่นใจต่อหน้าผู้ฟังนับร้อย นับพันได้

5.มีปฎิสัมพันธ์ที่ดี  ไม่เห็นแกตัว หลังจากที่ทำงานร่วมกับเพื่อน ในการทำงาน เราจะรู้เลยว่าเพื่อนคนไหนนิสัยเป็นอย่างไร ใครคือเพื่อนแท้ และใครคือเพื่อนกิน การที่เราได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน ที่จะคอยช่วยงานกันให้ตลอดรอดฝั่ง  เสมือนประหนึ่งว่าพายเรือในหนองน้ำด้วยกัน  ทุกคนจะช่วยกันพาย หรือไม่พายแล้วยังเอาเท้าราน้ำ ก็มีหลายประเภท และฉันก็รู้แล้วว่าใครคือเพื่อนกิน และใครคือเพื่อนแท้ของฉัน และมันเช่วยทำให้เรารักกันมากยิ่งขึ้น

6.รู้จักการให้ เสียสละ ช่วยเหลือเพื่อนๆคนอื่น ระหว่างการทำโครงงาน ถึงแม้ว่าเราจะทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีเพื่อนบางคนที่เขายังทำไม่เสร็จ เราก็ช่วยเหลือเพื่อนให้เสร็จไปด้วยกัน และเราต้องไม่ทิ้งเพื่อน เพราะเพื่อนบางคนเขาทำโครงงานไม่เป็นเลย จากที่ผ่านมาของฉัน ทำให้ฉันสามารถ ช่วยคุณครูอ่านรายงานของเพื่อนได้  เพราะเรียนสายวิทย์ – คณิต ระดับ ม. 5  จะต้องทำโครงงานทุกคน  ประมาณ 200 คน

7. รู้จักเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารงานวิจัย สิ่งที่เราคิดค้นและสามารถใช้งานได้จริง นำไปเผยแพร่ให้กับคนในชุมชน ประสบการณ์ในการทำโครงงานนั้น ทำให้ดิฉันได้อะไรหลายๆ อย่างทั้งหัวเราะ ร้องไห้ มีความสุข สนุกสนาน ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมากมาย  ซึ่งหาจากที่ไหนไม่ได้  และ “ฉันก็ไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เสียเวลา แต่คิดเสมอว่า มันคุ้มค่าทุกครั้งที่ได้เห็นผลงานออกมา”

ดิฉันขอขอบพระคุณ คุณพ่อ และคุณแม่ พี่ ป้า ลุง น้า ที่คอยให้กำลังใจมาโดยตลอด  พร้อมทั้งการสนับสนุน เป็นอย่างดี และขอบคุณคุณครูไสว อุ่นแก้ว คุณครู ดวงแข  ปัญญา และคุณครู จันสุมาลี วันทะวงษ์ คุณครูโคมเพชร  ธรรมโกศล  ผู้เป็นที่ปรึกษาโครงงานให้กับดิฉัน และคอยอ่านงานวิจัยให้ตลอด พร้อมทั้งให้กำลังใจ ให้โอกาส ให้ความสุข  และให้ความทุกข์เวลาโดนด่า ที่สำคัญให้ความสำเร็จ และพาไปเลี้ยงตลอด  แม้ว่าเราไม่ได้รางวัล ก็ให้รอยยิ้ม ให้น้ำตา ให้เสียงหัวเราะ ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง  ดิฉันรู้สึก ดีใจมาก ที่มีวันนี้

ได้สัมผัสประสบการณ์ดีๆเช่นนี้ ขอบพระคุณ คุณครู โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ทุกท่านมากๆค่ะ เวลาไปแข่งขันไม่เคยเช็คขาด เพราะเข้าใจว่าทำเพื่อโรงเรียนของเรา ขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกๆ ท่านที่คอยสนับสนุนในเรื่องทุนในการทำงาน ให้กำลังใจดิฉันมาโดยตลอด และในการทำงานทุกครั้งแน่นอนว่า ฉันไม่สามารถทำทุกอย่างได้แต่เพียงผู้เดียว ขอบคุณเพื่อนทุกๆ คนในห้อง  6/1 เพื่อนให้กำลังใจดิฉันดีมาก โดยเฉพาะเพื่อนในกลุ่มของดิฉันเอง ที่คอยช่วยเหลือเป็นอย่างดีทุกครั้ง ที่ฉันประสบกับอุปสรรคใดๆ ก็ตาม  ที่คิดว่าหนักจนหาทางออกไม่เจอ เพื่อนก็เป็นกำลังใจให้เสมอ การทำงานนี้ ทำให้ดิฉันรักเพื่อนมากขึ้น ทำให้ได้รู้ว่าคำว่า “ เพื่อน” สำคัญแค่ไหน ในชีวิตฉันคงก็ขาดเพื่อนไม่ได้ คือ นางสาวจุฑามาศ  บุญจันทร์, นางสาวณัฐยา  บุญตระการ,  นางสาวกนิษฐา  บุญอาษา, และ นางสาวภัชนีย์  ถุงจันทร์

สุดท้ายดิฉันขอบคุณ “เวที” ทุกๆ เวที ที่ได้ให้โอกาสผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างฉัน  ได้ขึ้นไปยืนอยู่บนจุดๆนั้น และทุกครั้งทีีขึ้นเวที ฉันมีความภาคภูมิใจตัวเองเสมอ และไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ว่าคนนำเสนองานคือใคร ข อให้เขารู้แค่ว่า เด็กคนนี้มาจากโรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ก็พอแล้ว  ดิฉันรักโรงเรียนของฉันคะ……………

AAR23/53 : ครูที่ปรึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้การวิจัย

ว่าที่ร้อยตรี  ธวัชชัย  บุญหนัก
โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ จ.ศรีสะเกษ
ครูที่ปรึกษา ในโครงการยุววิจัยยางพารา สกว.ปี 2553

ประสบการณ์ทำให้เกิดการเรียนรู้  คำกล่าวนี้ดูเหมือนจะเป็นจริง  การได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยผ่านประสบการณ์จริง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี โดยเฉพาะโครงการยุววิจัยยางพารา  ซึ่งเป็นการฝึกให้เด็กได้เรียนรู้การวิจัย  จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต

ประสบการณ์การเป็นครูที่ปรึกษาโครงงานยุววิจัยยางพารา ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้การทำวิจัยของนักเรียนมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยส่วนตัว ข้าพเจ้าถนัดโครงงานสิ่งประดิษฐ์มากกว่า  นักเรียนที่ทำสิ่งประดิษฐ์จะมาขอรับคำปรึกษาอยู่บ่อยๆ

มีอยู่วันหนึ่ง เวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษ ขณะกำลังกล่อมลูกน้อยนอนเปล  ทันใดนั้นก็มีเสียงร้อง “อาจารย์ครับ  อาจารย์ธวัชชัยค่ะ  กลุ่มหนูมีเรื่องจะปรึกษาค่ะ” แน่นอน !! เสียงนี้คุ้นๆ ลูกศิษย์ข้าพเจ้าเอง  มาพร้อมกับสายฝนที่กำลังโปรยลงมาพอดี  “พวกผมต้องขออภัยอย่างสูงน่ะครับ ที่มารบกวนอาจารย์เวลานี้  เพราะถ้าผมไม่ส่งหัวข้อวันนี้ ผมตายแน่”

มือซ้ายอุ้มลูกน้อย ที่ตื่นจากเสียงตระโกน ของพี่นักเรียน มือขวาหยิบปากกา…..

“เธอฟังน่ะลูก นี่คือเครื่องสวมถุงเท้าสำหรับผู้พิการทางแขน แนะนำกลไกการทำงานพร้อมออกแบบให้คร่าวๆ” ลูกศิษย์ของข้าพเจ้า เดินทางกลับ  ไปพร้อมกับคำขอบคุณและคำถาม ที่ส่งท้ายว่า  “อาจารย์ครับ แล้วผู้พิการทางแขน เขาพิการแขนซ้ายหรือว่าแขนขวาครับ”  ข้าพเจ้าได้แต่นึกในใจว่า  “อนาคตเด็กคนนี้ต้องเป็นนักเรียนนักวิทยาศาสตร์แน่ๆ เพราะช่างสงสัยจังเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น เวลาประมาณ  9 โมงเศษ นักเรียนกลุ่มเดิมเดินมาบอกว่า “อาจารย์ครับ ผมเสนอหัวข้อแล้ว แต่ครูไสว อุ่นแก้ว ไม่ให้ผ่านครับ”  ทำให้ข้าพเจ้าทำนายล่วงหน้าได้เลยว่า ช่วงที่ข้าพเจ้ากำลังดูฟุตบอลโลกอยู่นั้นต้องมีลูกศิษย์มาขอเวลานอกอย่างแน่นอน….จริงๆ

AAR22/53 : ได้รับโอกาสดีเป็นครูที่ปรึกษา ที่ตื่นขึ้นมาเรียนรู้กระบวนการวิจัย

สุริยะพร นาชัยเงิน
โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
sunshinet7@gmail.com
ครูที่ปรึกษา ในโครงการยุววิจัยยางพารา สกว. ปี 2553

ได้เข้าร่วมงานประชุมครูที่ปรึกษา ในโครงการยุววิจัยยางพารา สกว. เมื่อ วันที่ 21-23 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น  มีหลากหลายความประทับใจ  จนเพื่อนครูแต่ละท่าน ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุ้มค่ากับการเดินทาง  แลกกับเวลาในช่วงพักผ่อนของการปิดเทอมเล็กๆในเดือนตุลาคม  ซึ่งปกติแล้วจะเป็นเวลาที่ครูได้หยุดพัก เพื่อเติมไฟให้กับชีวิต ก่อนที่จะเริ่มสอนในเทอมใหม่

การเป็นวิทยากรนำเสวนากับคุณครูที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์  ขอเรียกว่าครูที่ปรึกษามืออาชีพ  เช่น คุณครูไสว อุ่นแก้ว,  คุณครูกัณจนา อักษรดิษฐ์  และคุณครูศิริ  เอียดตรง ทำให้ข้าพเจ้าทึ่งมาก กับวิธีการจัดการโครงงาน แบบต่าง ๆ ที่มีบริบทที่แตกต่างกัน  เป็นการทำงานในอีกรูปแบบหนึ่งนอกเหนือจากการสอนในรายวิชาประจำของคุณครูเหล่านี้แล้ว แต่ละท่านต่างทุ่มเททั้งกายและใจ  ขณะนั่งฟังและดำเนินรายการไปตามบทบาทผู้นำเสวนา  ก็อดใจไม่ได้ให้คิดย้อนกลับมองมาที่ตัวเอง (เรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญ) ในฐานะครูที่ปรึกษาคนหนึ่ง  ที่มีนักเรียนมาทำโครงงานด้วย  2 คน และฝากความหวังไว้กับครู  ว่าจะนำพาพวกเเขาไปสู่ความสำเร็จ  คิดว่าข้าพเจ้าจะทำอะไรได้มากกว่าที่ผ่านมาบ้าง  จากประสบการณ์ เรื่องเล่าของคุณครูหลายท่าน ทำให้มีกำลังใจในการกลับไปเป็นครูที่ปรึกษา เพื่อเป็นเสาหลักให้เขาเชื่อมั่นและมีพลัง ในการทำโครงงานต่อไป

ไม่อยากจะบอกว่า การเป็นครูที่ปรึกษาของโครงการยุววิจัยยางพาราในครั้งนี้  เป็นการบังเอิญ บวกกับความพอดีของเวลาและจังหวะของโอกาส  หมายความว่าอย่างไร  แปลง่ายๆ คือ ไม่ได้ตั้งใจนั่นเอง  แต่มาจากนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ของโรงเรียน  เขาต้องเรียนวิชาระเบียบวิธีวิจัย ในหลักสูตร  และต้องทำโครงงานอย่างน้อย 1เรื่อง  ครูประจำวิชาจึงได้มอบหมายให้หาครูที่ปรึกษาโครงงานกันเอง  โดยที่เราไม่ได้มีความคุ้นเคยกันมาก่อน  สอนก็ไม่ได้สอน  ชื่อก็ไม่เคยรู้จัก  รู้สึกอึดอัดใจ ไม่รู้ว่าจะเอาเวลาไหนมาเจอกัน   ครูเองก็สอนเยอะ  เด็กห้องเรียนพิเศษ ก็เรียนหนัก  หลังจากได้เข้าร่วมประชุม ครูที่ปรึกษา: นักจัดกระบวนการสอนวิจัย ได้คำใหม่มาคำหหนึ่ง เป็นคำที่รู้สึกภูมิใจมาก และอยากจะบอกเด็กว่า “ขอบคุณนะคะที่เลือกครู”  เพราะหมายความว่า นักเรียนได้หยิบยื่นโอกาสที่แสนดี ให้กับครู  นานวันผ่านไป ครูกับนักเรียนไม่มีเส้นแบ่งกั้นการเรียนรู้  ถ้าเราจะเปิดใจ และเปิดโอกาส  เราจะเริ่มคุ้นเคย  เริ่มเรียนรู้ซึ่งกันและกัน  เริ่มโทรหากัน ส่งอีเมลหากัน เริ่มนัดพบกัน เริ่มแบ่งเวลาให้แก่กัน แล้วเราก็เริ่มต้นการทำโครงงานด้วยกันอย่างอบอุ่น นักเรียนทดลอง ครูดูผล นักเรียนทำกระถาง ครูดูผลงานและก็ชื่นชม นักเรียนนัดให้พาไปซื้อน้ำยางกันตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นเวลาที่ครูกำลังงัวเงีย  จากฝันหวาน  ก็ต้องตื่น เพราะกลัวเขาบอกว่า หนูตื่นแล้ว แต่ครูยังไม่ตื่น ซึ่งมันคงเจ็บปวดนะ

เหนือสิ่งอื่นใด ทุนกำลังใจคงสำคัญที่สุด ที่ครูควรจะมีให้กับนักเรียน เพราะความสำเร็จจากการทำโครงงานในครั้งนี้  ใช่จะเป็นแค่ครั้งเดียว แต่จะนำมาสู่ความภาคภูมิใจ และเป็นแรงบันดาลใจ ให้พวกเขามีกำลังเดินต่อไป บนถนนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งต้องพบเจอกับอะไรอีกมากมาย เหมือนกับเขามีขวดน้ำขวดนึ่ง (กระบวนการวิจัย)  เอาไว้ดื่มเวลาหิว (ความรู้) หมดแล้วก็ยังเอาไว้กรอกน้ำ ที่จะพบเจอจากบ่ออื่นๆ ได้อีกหลายครั้ง

ครูที่ปรึกษาใช่เป็นได้แค่ให้คำปรึกษา  ต้องเป็นได้มากกว่าคำว่าให้ …

ขอบคุณที่มีคำว่าโอกาส

AAR 21/53 : เริ่มต้นด้วยให้นักเรียนลงไปศึกษาปัญหาในการทำสวนยางพารา

พิทักษ์ วารสาร
โรงเรียนกุดข้าวปุ้นวิทยา จ.อุบลราชธานี
taksinova@gmail.com
ครูที่ปรึกษา ในโครงการยุววิจัยยางพารา สกว. ปี 2553

ผมชื่อ นายพิทักษ์   วรสาร เป็นครูที่ปรึกษาโครงงานยุววิจัย โครงการเรื่อง ระบบให้น้ำในสวนยางพารา  เริ่มจากประกาศรับสมัครขอรับทุนทำโครงงาน จากโครงการยุววิจัยยางพารา ๒๕๕๓   สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)  ซึ่งเป็นจดหมายส่งมาถึงโรงเรียน    ก่อนหน้านี้เคยได้ยินข่าวจากครูรุ่นน้อง ในกลุ่มเดียวกัน ว่าได้รับทุนให้ทำโครงงานเกี่ยวกับยางพารา น้องเขาชื่อ ครูกริชชัย  บุญกอง ขออนุญาตเอยนาม   รู้สึกชื่นชมน้องเขา ว่าเก่งจังเลย เพราะแข่งขันกันทั่วประเทศ  แสดงว่ามีทีมงานนักเรียนที่เข้มแข็งนะ และถามน้องเขาต่อว่า ทราบข่าวการรับสมัครได้อย่างไร เผื่อในปีต่อไปจะได้ร่วมสมัครกับเขาบ้าง  น้องเขาโชคดีหน่อย มีสวนยางพาราเป็นของตนเองก็สามารถศึกษาได้เลย   

พอในปีการศึกษา ๒๕๕๓ ก็มีจดหมายจ่าหน้าซองถึงหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ซึ่งผมก็เป็นหัวหน้าพอดี  มีกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ แสดงความสนใจจะทำโครงงาน   ผมก็เลยให้นักเรียนออกไปศึกษาสภาพปัญหาจากการทำสวนยางของเกษตรกร  ในเขตพื้นที่อำเภอกุดข้าวปุ้น  จังหวัดอุบลราชธานี   ว่ามีปัญหาจากการทำสวนยางพาราอะไรบ้าง   นักเรียนแต่ละกลุ่มก็ได้รับทราบปัญหาและนำมาตั้งหัวข้อโครงงาน เช่น แก้ไขความแห้งแล้งในสาวยางพารา,  วิธีการป้องกันไฟป่าให้กับสวนยางพารา, การกำจัดวัชพืชในสวนยางพาราโดยการเลี้ยงเป็ดพันธุ์ไข่, เครื่องอบยางแบบพอเพียง, มีดกรีดยางไฟฟ้า เป็นต้น กลุ่มนักเรียน ดีใจมาก ที่ได้ทราบว่าได้รับทุนทำโครงงาน   สวนกลุ่มอื่นที่ไม่ผ่านก็รอลุ้นอีกในปีต่อไป

ผมในฐานะครูที่ปรึกษาโครงงานในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  มีผลงานที่น่าภูมิใจ คือ รางวัลชนะเลิศการประดิษฐ์เครื่องขูดมะละกอให้เป็นเส้น ด้วยชุดมอเตอร์ไฟฟ้า จัดโดยสำนักงานวิจัยแห่งชาติตามโครงการอบรมบ่มเพาะนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ปีการศึกษา ๒๕๕๒  ครั้งแรกว่าจะส่งเค้าโครงเครื่องกรีดยางไฟฟ้า แต่อยู่ในระหว่างการคิดออกแบบครับ

AAR 19/53: ความประทับใจจากงานประชุมครูที่ปรึกษายุววิจัยยางพารา



อมรทิพย์  ศุภสุทธิรางกูล   
โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์   จังหวัดเชียงราย
E-mail: laksa.sutt@hotmail.com
ครูที่ปรึกษา  ในโครงการยุววิจัยยางพารา สกว. ปี 2553

งานประชุมเพื่อครูที่ปรึกษาโครงการยุววิจัยยางพารา เป็นการประชุมอย่างเป็นกันเอง  ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับประโยชน์สูงมาก   มีความคิดว่า จะนำความรู้ที่ได้รับกลับไปใช้ประโยชน์  ทั้งกับเด็กที่ทำวิจัยในโครงการยุววิจัยยางพารา และนักเรียนที่สอน   ครั้งแรกที่มาถึงที่ประชุม (เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมประชุมของยุววิจัยยางพารา) มีความรู้สึกว่า เป็นการประชุมที่มีความเป็นประชาธิปไตย  เนื่องจากเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น  แสดงแนวคิดของตนเองอย่างเต็มที่  โดยไม่กลัวเสียเวลา ซึ่งคิดว่าเป็นวิธีการเก็บข้อมูลที่ชาญฉลาด ของอาจารย์ไพโรจน์  คีรีรัตน์  ท่านได้เปิดโอกาสให้ครูทุกท่านพูด  ซึ่งตัวท่านเองจะทำหน้าที่ฟังและเก็บข้อมูลต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งข้อมูลที่เก็บจากครูที่ปรึกษา  แล้วอาจารย์ไพโรจน์ก็นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์และเชื่อมโยงปัญหาต่างๆ   สรุปเป็นความรู้คืนให้ครูที่เข้าร่วมอบรมอีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งประทับใจมาก (ทำได้อย่างไร)

อาจารย์ณานเดช ให้การอบรมในหัวข้อ “สุนทรียสนทนา”  ถือว่าเป็นช่วงที่ใช้เวลามากที่สุด ในการประชุมครั้งนี้  คิดว่าคุ้มค่ามาก ซึ่งความรู้ที่ได้รับจากอาจารย์ณานเดชและอาจารย์ดิน มีประโยชน์มาก  เพราะอาจารย์สอนให้รู้จัก “การเอาใจเขามาใส่ใจเรา”  สอนให้มองคนรอบตัวมากขึ้น  อย่ามองแต่ตัวเอง  เพราะจะทำให้มองไม่เห็นอะไรนอกจากตัวเอง  สอนให้เคารพความคิดของกันและกัน  ที่สำคัญ คือ สอนให้เรารู้จักถึงระยะปลอดภัย ซึ่งก็คือการสร้างความเชื่อใจให้กับคน ที่เราปฏิสัมพันธ์ด้วย  รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตนเอง  ซึ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความประทับใจ ที่ได้รับจากการประชุมครั้งนี้

อาจารย์สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ เป็นอีกหนึ่งความประทับใจ  ที่ท่านจุดประกายความคิดในการทำงานวิจัย สอนให้รู้จักมุมมองหลายๆ มุม เพิ่มความแม่นยำ  สอนให้รู้จักจุดแข็งจุดอ่อนเพื่อนำมาปรับใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด
ความประทับใจต่อมา คือ เพื่อนครูทุกท่าน  ซึ่งเพื่อนครูที่มาร่วมประชุม  มีความเป็นกันเอง  สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างสบายใจ  และความประทับใจสุดท้ายที่สำคัญมาก  คือ คุณโอ๋และทีมงาน  ที่คอยให้คำปรึกษา บริการประสานงานต่างๆได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง  เมื่อเอาความประทับใจในทุกๆช่วงมารวมกัน  ต้องบอกว่าการประชุมครั้งนี้สร้างความประทับใจให้อย่างมากมายจริง ๆ

AAR18/53 : ได้เรียนรู้กระบวนการทำวิจัยไปพร้อมกับนักเรียน

วัชรีวรรณ จันทร์อาสา
โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยเชียงราย จ.เชียงราย
E-mail: wi_watc@hotmail.com
ครูที่ปรึกษา โครงการยุววิจัยยางพารา สกว. ปี 2553

จากการที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม อบรม เรื่อง”ครูที่ปรึกษา: นักจัดกระบวนการสอนวิจัย ทำให้ดิฉันได้เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ และจะนำกระบวนการทำวิจัยมาถ่ายทอดให้แก่นักเรียน ซึ่งกระตือรือร้นทำงานวิจัยเป็นอย่างมาก  นอกจากนี้ยังได้สอนนักเรียนทำวิจัยในวิชาโครงงาน   นอกเหนือจากนักเรียนทำวิจัยยางพารา

ตัวเองได้เรียนรู้กระบวนการวิจัยไปพร้อม ๆ กับนักเรียน  จากการลงมีอทำปฏิบัติจริง  ทั้งครูและศิษย์ได้ช่วยกันทดลอง และช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์  สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี  ความรู้สึกที่ประทับใจในการทำงานวิจัยในครั้งนี้  คือ การรับความช่วยเหลือสนับสนุน  จากผู้ปกครองของนักเรียน ทำให้ข้าพเจ้ามีกำลังใจ ที่จะทุ่มเทและพัฒนานักเรียนให้มีศักยภาพต่อไป

AAR 17/53: มาอบรมวิจัย ทำให้เข้าใจนักเรียนมากขึ้น

ดาวเรือง  จินะ
โรงเรียนแม่ต๋ำวิทยา จ.เชียงราย
ครูที่ปรึกษา ในโครงการยุววิจัยยางพารา สกว. ปี 2553

เรื่องเล่าประสบการณ์ คืออะไร ทำไมถึงต้องเล่าฉันครุ่นคิดอยู่นาน…จนวันหนึ่งมีพี่คนหนึ่งบอกกับฉันด้วยความรีร้อน “นี่น้อง ทาง สกว. ทวงเรื่องเล่ามาแล้วนะ ให้ส่งด่วน!” ทำไงดีเนี้ย เราจะเริ่มยังไง จะเขียนอะไรดีนะ  เกิดคำถามมากมายขึ้นในใจ  ตั้งสติสิ  สติจะช่วยเราได้ เอาล่ะ ขอเริ่มจาการเดินทาง เลยก็แล้วกัน

การเดินทางจากเชียงราย สู่กรุงเทพเป็นระทางที่ยาวไกลมากสำหรับฉัน  ตลอดการเดินทางฉันมักถามตัวเองอยู่เสมอว่า เราจะไปทำอะไรกัน ที่นั้น  เมื่อฉันไปถึง ฉันก็ได้พบกับบางสิ่ง ที่ไม่เคยรู้และไม่เคยเห็นมาก่อน  มันอาจจะเป็นเรื่องน่าอายสำหรับบางคน ที่จะบอกความจริงว่า นี่เป็นครั้งแรก ของการได้มายืนอยู่บนผืนแผ่นดิน อันเรียกว่าเมืองหลวงของเรา  สถานที่ที่ทุกคนฝันอยากจะไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น  แต่สำหรับฉันแล้ว ฉันบอกกับตัวเองว่า ที่นี่ไม่เหมาะสมกับฉันเลย
วันแรกที่ฉันไปถึง พี่เขาพาฉันไปชอปปิ้ง ที่ซึ่งเรียกกันว่า “ประตูน้ำ” ฉันเดินจนเมื่อยไปหมดทั้งตัว  พอช่วงบ่าย ๆ ฉันก็เข้าร่วมอบรมกับทาง สกว.  พอฉันเข้าไปนั่ง พี่ที่เป็นพิธีกรก็ส่งไมค์มาให้ แล้วบอกกับฉันว่า “น้องมาทีหลัง…แนะนำตัวเองด้วย  คนอื่น ๆ เขาแนะนำตัวเองเรียบร้อยแล้ว” ฉันส่งไมค์ไปให้พี่ที่มาด้วย ให้เขาแนะนำตัวก่อน  ความรู้สึกของฉันตอนนั้นฉันอยากหายตัวไปในอากาศให้ได้  ตัวฉันเริ่มสั่น  มือเย็นเฉียบ และแล้วเจ้าไมค์ตัวน้อย ก็ถูกส่งมาถึงฉัน ฉันสูดลมหายใจลึกมาก  แล้วเริ่มแนะนำตัวเอง  นับเป็นเวลาแห่งความตื่นเต้นที่ผ่านไปได้ดี

วันต่อมาฉันเข้าอบรมในหัวข้อ “สุนทรียสนทนา” ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคืออะไร  ต้องเตรียมตัวอย่างไร  เมื่อเห็นวิทยากรก็ยิ่งงงไปกันใหญ่  อะไรกันเนี้ย…เรามาทำอะไรกัน มาอบรมวิจัยยางพาราไม่ใช่เหรอ  ฉันถามตัวเอง  เมื่อการอบรมเริ่มขึ้นฉันก็เริ่มเรียนรู้และเข้าใจ คำว่า “สนทรียสนทนา” และ “จิตปัญญาศึกษา”

การอบรมในหนึ่งวันเต็ม ๆ ฉันก็เริ่มรู้และเข้าใจคำว่า “มนุษย์” มากขึ้น  ฉันจึงได้รู้ว่า การจะทำโครงการวิจัยยาพารา หรือว่าทำอะไรก็ตาม ไม่ใช่รู้หลักการและวิธีการในทำเพียงอย่างเดียว   แต่เราต้องเข้าใจ พฤติกรรมและความต้องการของผู้ที่ทำงานร่วมกับเราด้วย  จากการอบรมในวันนั้นฉันได้นำเอาข้อคิดที่ได้ มาใช้ในชีวิตประจำวันและการเรียนการสอน ฉันเข้าใจความเป็นวัยรุ่นของนักเรียนมากขึ้นและเลิกใช้คำสั่ง หยุดการดุด่านักเรียนและการลงโทษนักเรียนที่เป็นการทำร้ายจิตใจของนักเรียน  หันมาใช้คำถามเพราะอะไรมากขึ้น

วันสุดท้ายของการอบรม วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันได้เรียนรู้ประสบการณ์การทำวิจัยเกี่ยวกับยางพารา จากครูที่ปรึกษาโครงการของแต่ละโรงเรียน และแล้วการอบรมก็สิ้นสุดลงด้วยความอบอุ่น  ทุกคนต่างเดินทางกลับด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สดใส
สุดท้ายและท้ายสุดฉันขอขอบพระคุณทีมงานยุววิจัยยางพารา ที่ได้ให้โอกาสครูจากดินแดนเหนือสุด ได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความอบอุ่นของทีมงานยุววิจัยยาพารา และให้ความรู้ในเรื่องของเทคนิควิธีการทำวิจัย  ตลอดจนเรื่องของ จิตปัญญาศึกษา ซึ่งในฐานะของครูที่ปรึกษาจะนำเอาความรู้ที่ได้  ไปถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์และร่วมมือกันสร้างผลงานการวิจัยยางพาราอย่างเต็มความสามารถ…

AAR 20/53 : ตื่นเต้นและท้าทาย จะพานักเรียนแสวงหาความรู้ด้วยวิจัยเพื่อเข้าใจชีวิตและปัญหา

ธีรวัฒน์  บุรวิศิษฐ์
โรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ช่องเม็ก
E-mail : kaiboman1@gmail.com
ครูที่ปรึกษา โครงการยุววิจัยยางพารา สกว. ปี 2553

จากการเข้าร่วมประชุม “ครูที่ปรึกษา : นักจัดกระบวนการสอนวิจัย” ทำให้ผมมีความตื่นเต้นและท้าทายมาก  หลังจากเห็นครูที่มาร่วมอบรมแต่ละท่านเป็นคนที่มีความสามารถมากมาย  เห็นความทุ่มเทของนักเรียนและครูในการทำโครงงานยุววิจัยยางพารา  สิ่งสำคัญคือ ผมอยากให้นักเรียนคิดเป็น  ไม่ติดแค่ความรู้ในหนังสือ  หาความรู้ใหม่ได้ด้วยตัวเองอยู่สม่ำเสมอ   

การอบรมครั้งนี้ ผมได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสมองที่ได้คิด คิดเป็น จากทำวิจัย ประสบการณ์ของครูที่เป็นที่ปรึกษาโครงงาน   เหมือนเติมเต็มวิธีการวิจัย  การแปลงข้อมูลเป็นความรู้  การวิจัยทำให้ทราบข้อมูลที่แท้จริง  เช่น  หมู่บ้านแห่งหนึ่งดูรายได้แล้วค่อนข้างมาก  แต่พอหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเงินไม่ถึง 30 บาทต่อ คน เป็นข้อมูลที่บอกได้จากงานวิจัย  แบบนี้ทำงานอยู่ที่บ้านยังจะได้เงินไว้ใช้จ่ายในมากกว่า แล้วยังได้อยู่กับครอบครัวอีก    

จิตใจคือ รู้สึกผ่อนคลายมาก  มีความสุขที่สุด  พบว่ าการอยู่กับความเงียบ มันดีอย่างนี้นี่เอง และเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น ร่างกายได้ฝึกชี่กง  ท่ามังกร ท่านกกระเรียน การคลายกล้ามเนื้อ และท่าอื่นๆ รู้สึกว่าร่างกายของเรานี้ขาดการเอาใจใส่มานาน  หลังจากกลับมาก็นำมาใช้หลังเลิกงาน

 หลังจากนี้ผมจะนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้นักเรียน  มีกระบวนการคิดที่เป็นระบบ  ฝึกให้นักเรียนตั้งคำถามและหาคำตอบด้วยวิธีการวิจัย  ผมหวังว่าครูที่ปรึกษาโครงงานทุกท่านคงจะพานักเรียนข้ามนวความคิดเดิมๆที่ติดกับตำรา มาแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เพื่อเข้าใจชีวิตและปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างถ่องแท้

AAR26/53: เริ่มก้าวหาประสบการณ์…เป็นครูที่ปรึกษายุววิจัยยางพารา

ว่าที่ ร.ต.นิพนธ์  ประทุมวงค์
โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม สพม.เขตที่ 32 จ.บุรีรัมย์
E-mail: niphon2526@gmail.com
ครูที่ปรึกษายุววิจัยยางพาราสกว. ปี 2553


การเรียนรู้ครั้งยิ่งใหญ่
อีกครั้งของข้าพเจ้า ในโครงการยุววิจัยยางพาราปี 53 ในฐานะการเป็นที่ปรึกษายุววิจัยยางพารา  การเรียนรู้ครั้งนี้นับว่า เป็นก้าวหาประสบการณ์เรื่องใหม่  ในการเรียนรู้กระบวนการศึกษาวิจัย  ที่จะได้นำองค์ความรู้และวิธีการศึกษาไปประยุกต์จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียนและชุมชน  พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เล่าประสบการณ์กับเพื่อนครูโรงเรียนอื่น   เริ่มต้นด้วยการเข้าดูรายละเอียดที่เวบไซต์ของโครการ  เขียนข้อเสนอโครงการส่อง  และดีใจอย่างมากเมื่อทราบว่าข้อเสนอโครงการผ่าน  จึงได้ดำเนินการดังนี้
1. ประชาสัมพันธ์โครงการยุววิจัยผ่ านเวบไซต์โรงเรียนและเฟสบุคส่วนตัว

 2. เข้าร่วมประชุมครูที่ปรึกษายุววิจัยยางพารา  ได้แนวทางศึกษา และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูที่ปรึกษาจากทั่วประเทศในปีนี้  นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับการสร้างเครือข่ายองค์ความรู้เรื่อง ยางพารา กับเพื่อนครูด้วยกัน
3. เริ่มดำเนินการ  วางแผนการทำงาน ร่วมกับนักเรียนยุววิจัยยางพารา 3 คน

4. สืบค้นเอกสารการปลูกยางพารา จาก สำนักงานเกษตรอำเภอประโคนชัย และที่ดินอำเภอเพื่อวางแผนการลงพื้นที่ศึกษา ซึ่งมีข้าพเจ้าและครูที่ปรึกษาร่วมโครงการอีกหนึ่งท่าน  ขณะนี้กำลังเริ่มดำเนินการศึกษาลงพื้นที่ ตามแผนกิจกรรมของโครงการ ในการจะเก็บตัวอย่างในการเก็บข้อมูลภาคสนามการศึกษา วิเคราะห์ดินในห้องปฎิบัติการ  สัมภาษณ์เกษตรกรปลูกยางพาราเขตอำเภอประโคนชัย  จ.บุรีรัมย์ ดังแผนที่นี้

  “ ผลของการปลูกยางพาราในพื้นที่นาเดิม กรณีศึกษาเขตพื้นที่อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ” นับว่าโจทย์ศึกษาที่ท้าทายพอสมควร แต่ก็ต้องก้าวต่อไป จนเสร็จโครงการ นี่ก็คือส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นการดำเนินการศึกษา จากการเข้าร่วมโครงการยุววิจัยยางพารา 53 ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว)  นับว่าเป็นความโชคดีของข้าพเจ้าและนักเรียนยุววิจัย  ซึ่งจะได้ประสบการณ์ทำวิจัย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับยางพารา  ในการศึกษาครั้งนี้

สวัสดีครับ……

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 1,967 other followers